วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ลูกเดียว 2 แสนบาท

  
       
ในรัชกาลพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 มีการเปลี่ยนแปลงในประเทศหลายด้าน

รัชกาลที่ 4 นั้นท่านทรงเป็นนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก

นอกจากจะเก่งทางธรรมแล้ว ทางโลกท่านก็ทรงมีพระปรีชาสามารถ ทางอ่าน พูด และเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว

ในทางดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ก็มีความเก่งกล้าไม่แพ้นักดาราศาสตร์ของโลกตะวันตก

ทรงคำนวณดวง ดาวและทรงระบุว่าจะเกิดสุริยุปราคาที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แม่นยำ ทั้งเวลาและสถานที่

ถึงกับเชิญชาวต่างประเทศจากสิงคโปร์ให้มาชมสุริยุปราคาในเมืองไทย

และเป็นจริงที่ทรงพยากรณ์ไว้ทุกประการ

นอก จากนี้แล้วในรัชสมัยของพระองค์ก็ได้ทรงเปลี่ยนแปลงระบบเงินตราของไทย จากใช้เงินพดด้วงมาเปลี่ยนเป็นเงินเหรียญแบนแบบที่ใช้อยู่ในนานาประเทศขณะ นั้น

ได้ทรงสั่งเครื่องจักรผลิตเหรียญกษาปณ์จากอังกฤษมาผลิตเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ซึ่ง ในครั้งนั้น พระนางเจ้าวิคตอเรียของอังกฤษ ได้ทูลเกล้าถวายเครื่องจักรผลิตเหรียญกษาปณ์มาถวายรัชกาลที่ 4 ด้วย เครื่องจักรนั้นผลิตเหรียญได้แต่คุณภาพไม่ดี จึงเรียกเหรียญรุ่นนั้นว่า “เหรียญบรรณาการ”

แต่ผลิตออกมาน้อยจึงหายากและมีราคาสูงกว่าเหรียญบาทรัชกาลที่ 4 มากมายหลายเท่าตัว ก่อนที่เลิกผลิตเงินพดด้วงในสมัยรัชกาลที่ 4 นี้

ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้ผลิตเงินพดด้วงที่ระลึกขึ้นเรียกว่า “เงินพดด้วงที่ระลึกตรามหามงกุฎ–พระแสงจักร”

พดด้วงที่ให้ผลิตขึ้นนี้ มีขนาดใหญ่ที่สุดและให้เป็นเถาครบชุด

เริ่มตั้งแต่ขนาดใหญ่สุด เถา ชั่ง ตำลึง กึ่งตำลึง บาท กึ่งบาท สลึง เฟื้อง และกึ่งเฟื้อง

พดด้วง ชนิดราคา ชั่ง ตำลึง และกึ่งตำลึงนี้ผลิตขึ้นเป็นที่ระลึกเนื่องในงานฉลองพระที่นั่งอนันตสมาคม (องค์เก่า) ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2402

ด้านหน้าพดด้วงเหล่านี้ เป็นตราพระมหามงกุฎ มีลายกนกใบไม้เป็นลายพื้นกรอบล้อม 2 ชิ้นแกะด้วยมือ

ส่วนชนิดราคาตำลึงและกึ่งตำลึงตีตราด้วยแม่ตรา

ด้านบนตราพระแสงจักรมี 7 กลีบบ้าง 11 กลีบบ้าง ใจกลางจักรมีจุด

พดด้วง สภาพเช่นนี้ หนัก 4 บาท (62.08 กรัม) มีตรามงกุฎ-จักร 7 กลีบ ตราทั้งคู่คมและลึกมาก มีสภาพสมบูรณ์มาก หายากที่อยู่ในสภาพเช่นนี้

ได้มีการนำพดด้วงราคา 4 บาทลูกนี้ ออกประมูลเมื่อไม่นานมานี้ ตั้งราคาขั้นต้นไว้ 2 แสนบาทนับว่าสูงมาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น